แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝึกอบรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝึกอบรม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Formal Mentoring Relationship


หลักการและเหตุผล
          การพัฒนา Line Manager ให้มีทักษะของการเป็นพี่เลี้ยงหรือ Mentor เป็นวิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูงในการพัฒนาบุคลากร เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถกระตุ้นให้บุคลากรภายในองค์กรถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด ทักษะ และประสบการณ์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการทำงานให้แก่กันและกัน ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรที่ได้รับการพัฒนาที่เรียกว่า Mentee มีความรู้และทักษะในการทำงานตรงตามที่องค์กรคาดหวัง อย่างไรก็ตาม ระบบพี่เลี้ยงหรือ Mentoring System แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ระบบ Mentoring ส่วนใหญ่ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบันยังไม่มีลักษณะที่เป็นระบบและยังไม่สร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรมากเท่าที่ควร
          หลักสูตรฝึกอบรมนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินโครงการ พี่เลี้ยง ที่เป็นระบบ(Formal Mentoring Relationship) และมีประสิทธิภาพ แก่ Line Manager ที่ต้องทำหน้าที่เป็น Mentor หรือพี่เลี้ยง ในการดูแลและถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการทำงานให้แก่พนักงานใหม่ หรือพนักงานที่มีศักยภาพสูงขององค์กร เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมพนักงานเหล่านั้นมีความรู้และทักษะต่างๆ ในการทำงานตามที่องค์กรคาดหวัง
ประโยชน์ที่ได้รับ 
  • รู้และเข้าใจความแตกต่างของบทบาท Coach, Mentor และ Counselor
  • รู้และเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการ Formal Mentoring Relationship ทั้ง 4 ขั้นตอน คือ
    • ก.   การสร้างสัมพันธภาพ (Building the Relationship)
    • ข.   การกำหนดเป้าหมาย (Setting Goal and Agreement)
    • ค.   การพัฒนา Mentee (Developing Mentee)
    • ง.    การสิ้นสุดโครงการ (Ending Formal Relationship)
  • รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในระบบ Mentoring
  • รู้หลักในการพูดคุยและให้คำปรึกษาแก่ Mentee
  ท่านสามารถติดต่อขอรับข้อเสนอหลักสูตรสัมมนาพร้อมใบเสนอราคาการจัดสัมมนา In House Training
 ได้ที่ : คุณสุกัญญา/ คุณกรรณิการ์/คุณกฤษฎา

Tel. 0-2115-9890-92 Fax. 0-2115-9893 
หรือ E-mail:itcinnotraining@hotmail.com 
Web.: www.itcinnotraining.com

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Human Resource Management for Non HR Manager

หลักการและเหตุผล
          Line Manager หรือหัวหน้างานระดับต่างๆ เป็นเสมือนตัวจักรสำคัญที่ช่วยผลักดันให้งานต่างๆ ขององค์กรประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายตามที่องค์กรต้องการอย่างไรก็ดี ผลงานส่วนใหญ่ของ Line Manager เกิดจากผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนรวมกัน Line Manager ที่ดีจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่เป็นทั้ง ผู้บังคับบัญชา” และ HR ที่เข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชา และรู้จักวิธีการบริหารจัดการผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนให้สามารถผลิตผลงานได้ตามที่องค์กรคาดหวัง  ด้วยเหตุนี้ Line Manager จึงจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการนำระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับงานของตน มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการผู้ใต้บังคับบัญชาของตนให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงตามที่องค์กรคาดหวัง นอกจากนี้ การมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์ยังช่วยให้Line Manager สามารถทำงานร่วมกับฝ่าย HR ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การบริหารจัดการ คน” ขององค์กรให้ประสบความสำเร็จและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
          หลักสูตรฝึกอบรมนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ Line Manager ที่มิได้อยู่ในสายงาน HR เข้าใจในระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่และนำไปประยุกต์ใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานของตนเพื่อบริหารจัดการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามที่ตนและองค์กรคาดหวัง
วัตถุประสงค์  
          หลักสูตรนี้ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารระดับกลางขึ้นไปที่มิใช่ HR Manager ให้มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการบริหารทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ จนสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในฝ่ายงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล
ประโยชน์ที่ได้รับ
  • รู้และเข้าใจภาพรวมของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามแนวคิด Human Capital Management (HCM)
  • รู้และเข้าใจบทบาทที่แตกต่างกันในการ บริหารจัดการคน” ระหว่าง HR และ Line Manager
  • รู้และเข้าใจความแตกต่างของการสอนงานแบบ OJT, Coaching และ Training
  • รู้และเข้าใจหลักการบริหารผลงานที่มีประสิทธิผล
  • รู้วิธีการบริหารจัดการพนักงานประเภทต่างๆ 
  ท่านสามารถติดต่อขอรับข้อเสนอหลักสูตรสัมมนาพร้อมใบเสนอราคาการจัดสัมมนา In House Training
 ได้ที่ : คุณสุกัญญา/ คุณกรรณิการ์/คุณกฤษฎา
Tel. 0-2115-9890-92 Fax. 0-2115-9893 
หรือ E-mail:itcinnotraining@hotmail.com 
Web.: www.itcinnotraining.com

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Breakthrough English Language by NLP


หลักการและเหตุผล
             ภาษาอังกฤษเป็นทักษะอันสำคัญประการหนึ่งต่อการปรับตัวเข้ากับโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในยุคAEC ที่กำลังจะมาถึง แต่เรากลับพบว่าการศึกษาภาษาอังกฤษที่ผ่านมาใช้เวลามากเกินไป ยากเกินไป ก่อให้เกิดปัญหาจนสูญเสียความมั่นใจในตนเอง และตัดสินคุณค่า ความสามารถของตนเองต่ำกว่าความเป็นจริง เกิดภาวะ การวิ่งหนีภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ถึงในระดับของการมีกระบวนทัศน์และคิดอย่างเป็นระบบ การมีความคิดสร้างสรรค์และคิดเชิงบวก ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญยิ่งต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน
             ในการเรียนการสอน ผู้สอนจะได้นำศาสตร์ NLP มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ Richard Bandlerกับ John Grinder สองผู้ก่อตั้งจิตวิทยาสาย  NLP ได้เริ่มศาสตร์นี้ด้วยคำถามที่ว่า อะไรที่ทำให้คนบางคนประสบความสำเร็จและมีความสุขในหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว ?  และอะไรที่ทำให้คนบางคนเป็นตรงกันข้าม ?
             “คนที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข เขาทำอะไรในหัว (สมอง) ของพวกเขาที่ทำให้พวกเขาได้รับความสำเร็จและความสุขเช่นนั้น?  และคนที่มีปัญหาและขาดความสุขล่ะ พวกเขาทำอะไรในหัว (สมอง) ของพวกเขาที่ทำให้พวกเขาเป็นอย่างที่พวกเขาเป็น ?” และเราจะสามารถเรียนรู้เรื่องนี้และนำไปสอนคนอื่น ๆ เพื่อให้คนเหล่านั้นประสบความสำเร็จและมีความสุขได้ด้วยได้อย่างไร ?” คำถามนี้คือจุดเริ่มต้นของจิตวิทยาสาขา NLP 
               Richard Bandler กับ John Grinder ได้ทำการศึกษาคนที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข และคนที่ไม่ประสบความสำเร็จและมีชีวิตที่ขาดความสุข และค้นพบว่า สมองและจิตใจของมนุษย์มีโครงสร้าง(structure) และรูปแบบ (pattern) การทำงานบางอย่างที่ชัดเจนที่ทำให้เรามีชีวิตอย่างที่เราเป็น มีพฤติกรรม ความเชื่อ ทัศคติ วิธีคิด ฯลฯ อย่างที่เรามีและถ้าเราสามารถเข้าใจกระบวนการคิดของคนเราได้ เราก็สามารถช่วยให้แต่ละคนเปลี่ยนวิธีคิดให้เขาคิดในวิถีที่เขาจะได้ผลลัพธ์ที่เขาต้องการ
               Bandler จึงได้ค้นพบความจริงอย่างหนึ่ง คือ สภาพแวดล้อมอาจมีอิทธิพลสำคัญต่อพฤติกรรม ความรู้สึก ความจำ วิธีคิด อารมณ์ ทัศนคติ ความเชื่อ สิ่งเหล่านี้เราอาจเรียนรู้มาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ อิทธิพลของครู เพื่อน สังคม และวัฒนธรรม ดังนั้น คนแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปตามประสบการณ์  ให้ความหมายและคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เพราะเราได้รับการเรียนรู้มาไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า มนุษย์เราไม่ได้มองโลกตามความเป็นจริง แต่เรา
              มองโลกตามการรับรู้ของเรา (The map is not the territory) ประเด็นที่สองก็คือ เมื่อโลกภายในของเราเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา เราก็ย่อมสามารถที่จะรื้อและสร้าง (deconstruct) สิ่งเหล่านั้นขึ้นใหม่ได้เช่นกัน
              ความเข้าใจนี้ทำให้เรามีความยืดหยุ่น และสามารถสร้างชีวิตในแบบที่เราต้องการได้ ในแบบที่เป็นประโยชน์กับเรา
              ดังนั้น ความรู้เรื่อง NLP ทำให้ เข้าใจกลไกและกระบวนการทำงานของจิตใจในระดับที่ลึกซึ้งขึ้น ผู้สอนจึงได้นำหลักการ ดังกล่าว มาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ ความสัมพันธ์ของภาษากับกระบวนการทำงานของจิตใจและสมอง เรียนรู้วิธีโปรแกรมจิตใจและสมองผ่านทางการใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์
ประโยชน์ที่จะได้รับ
  • พูด ฟังภาษาอังกฤษได้ทันทีที่เรียนผ่านกระบวนการ เปลี่ยนกรอบความคิดใหม่
  • สร้างทัศนคติบวก และเห็นเป้าหมาย ตามความเป็นจริง และเกิดการกระทำทันที
  • เข้าใจถึงโครงสร้างและรูปแบบการทำงานของสมองที่ทำให้ความเชื่อ ทัศนคติ และประสบการณ์เก่า ๆ ในชีวิตมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม วิธีคิด อารมณ์และความรู้สึกของเรา
  • ให้สมองทำงานให้เราในแบบที่เราอยากให้เป็นโดยการเปลี่ยนกระบวนการทำงานของสมองซึ่งจะส่งผลให้ความคิด อารมณ์ความรู้สึกของเราเปลี่ยนไป และทำให้เรามีพฤติกรรมในแบบที่เราต้องการ  ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพ
  • มีความเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเองและเห็นคุณค่าของผู้อื่น (สร้าง Self-Esteem)
  • สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในการทำงานและชีวิตส่วนตัว
  • เป็นผู้สร้างคุณค่าให้กับคนรอบข้างและองค์กร
 ท่านสามารถติดต่อขอรับข้อเสนอหลักสูตรสัมมนาพร้อมใบเสนอราคาการจัดสัมมนา In House Training
 ได้ที่ : คุณสุกัญญา/ คุณกรรณิการ์/คุณกฤษฎา

Tel. 0-2115-9890-92 Fax. 0-2115-9893 
หรือ E-mail:itcinnotraining@hotmail.com 
Web.: www.itcinnotraining.com

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Digital Leaders (ผู้นำยุคดิจิทัล)


หลักการและเหตุผล
           ในโลกยุคใหม่ผู้นำมีบทบาทมากขึ้นเพราะว่าการที่องค์กรจะขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วนั้นผู้นำมีผลไม่แพ้ปัจจัยอื่นในองค์กรไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมองค์กร  ผู้ตามองค์กร และอื่นๆ อย่างไรก็ดี เมื่อมีการแข่งขันมากขึ้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้นำทำงานหนักมากขึ้นเช่นกันพร้อมกับพนักงานในองค์กรก็ทำงานหนักขึ้น เพื่อแข่งขันกับเวลาถึงเราอยากจะหยุดโลกก็จะขับเคลื่อนต่อไป  บทบาทด้านเทคโนโลยีมีผลกับการขับเคลื่อนองค์กรมหาศาลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุน เรื่องของความเร็ว เพื่อการส่งมอบสินค้า รวมถึงเทคโนโลยี มีผลกับการพีอาร์ (P.R.) เพื่อสอดรับโลกยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้นำดิจิทัล ต้องเข้าใจเทคโนโลยีที่เข้ามาบริหารองค์กร  อาทิEnterprise Cloud หรือ  Cloud Computing  เพื่อบริหารงานส่วนตัว และบริหารงานองค์กร ผู้นำดิจิทัลอาจจะต้องใช้ Social Media ในการ พีอาร์ โครงการ CSR หรือเรื่องราวของบริษัท หรืออาจจะต้องใช้ โมบายแอพต่างๆ อาทิ Scanner Pro เพื่อสแกนเอกสารเองโดยไม่ต้องพึ่งเลขาฯ เพราะเนื่องจากความรีบมากอาจจะต้องสแกน พร้อมเซ็นแบบดิจิทัลเป็นต้น ผู้นำดิจิทัลอาจจะต้องบริหารจัดการอื่นๆ อาทิเช่น จองตั๋วเครื่องบิน หรือ แทร็กกิ้ง เส้นทางการบิน โดยไม่ต้องพึ่งเลขาฯ ในบางครั้ง อาจจะต้องมีการจดสมุดโน้ตโดยใช้ปากกาอิเลคทรอนิกส์ โดยใช้แอพต่างๆ เพื่ออัดเสียงในการประชุม  จดไดอารี่  หรือรายงานการประชุม และโหลดใส่Cloud ต่างๆ อาทิ เช่น Google Drive, Box.net, Dropbox, Evernote, ในโลกยุคต่อไปการพูดภาษาต่างด้าวก็จะใช้ระบบ Voice Recognition & Voice Translation ในอนาคตนี้ ประเทศไทยจะมีการพัฒนาพลเมืองในโลกยุคดิจิทัล(Digital Citizens)และผู้นำดิจิทัลจะมีบทบาทมากขึ้นในรูปแบบของผู้นำดิจิทัล (Digital Leaders) ซึ่งในบทบาทใหม่นี้ผู้นำจำเป็นต้องเข้าใจอุปกรณ์ และขีดความสามารถ และศักยภาพการใช้งานทางด้านเทคโนโลยี เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์ ความเข้าใจเทคโนโลยีจะมีผลทำให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าในเรื่องของการสื่อสาร การทำงาน การประชาสัมพันธ์
วัตถุประสงค์    เพื่อให้ผู้เข้าอบรม
  • เพื่อ Update Trend ปัจจุบัน ด้าน IT และเน้นการแนะนำการนำไปใช้งาน เทคโนโลยีบางตัวที่มีความสำคัญ  อาทิ เทคโนโลยี เพื่อการสื่อสารภายใน และเพื่อการประชาสัมพันธ์ และเทคโนโลยีบางตัวที่เพิ่มประสิทธิภาพในการ ทำงานของบริษัทในขณะเดียวกันมีการนำเสนอตัวอย่างที่คู่แข่งใช้
  • พัฒนาศักยภาพการใช้งานทางด้านเทคโนโลยีและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง
  ท่านสามารถติดต่อขอรับข้อเสนอหลักสูตรสัมมนาพร้อมใบเสนอราคาการจัดสัมมนา In House Training
 ได้ที่ : คุณสุกัญญา/ คุณกรรณิการ์/คุณกฤษฎา
Tel. 0-2115-9890-92 Fax. 0-2115-9893 
หรือ E-mail:itcinnotraining@hotmail.com 
Web.: www.itcinnotraining.com